DC Comic : Red Lantern 04 : ลางบอกเหตุของความวุ่นวาย
เรื่อง : Peter Milligan
ภาพ : Ed Benes, Rob Hunter
วางจำหน่าย: 7 ธันวาคม 2011
สำนักพิมพ์ : DC Comics
สัญญาณความแตกแยกใน Red Lantern Corps นั้นเริ่มปรากฎชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ Atrocitus รู้สึกว่าไม่อาจไว้ใจ Bleez ผู้ที่เขาเลือกมาเป็นผู้ช่วยของเขาได้ และได้ทำสิ่งที่อาจส่งผลใหญ่หลวงต่อทั้งองค์กรขึ้นมา และที่อีกด้านหนึ่ง ก็เกิดความผิดปกติขึ้นกับศพของ Guardian ขบถ Krona!!
.
.
.
เปิดเรื่องมาที่ Ysmault ดาวหลักของ Red Lantern Corps
Atrocitus กำลังไล่ตาม Red Lantern ที่ชื่อ Skallox อยู่
ซึ่งเมื่อตามทัน Atrocitus ก็ตบ Skallox จนหัวทิ่มไป
Atrocitus : ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าแค่อยากพูดด้วย ข้าเห็น…แววตาของเจ้ามันบอกว่าเจ้ารู้อะไรบางอย่างอยู่ มันเกิดอะไรขึ้นกันกันแน่?
Atrocitus : นางกำลังคิดวางแผนต่อต้านข้างั้นเรอะ? เจ้ารู้ว่าข้ากำลังพูดถึงใคร ทีนี้จงใดให้ดี พูดออกมา
แต่ Skallox ก็ตอบออกมาแบบไม่เป็นภาษา
“มันจะได้อะไรขึ้นมา? ตอนนี้ในหัวของสกัลล็อกกำลังถูกเพลิงโกรธเผาผลาญอยู่”
“ไม่มีทางได้คำตอบที่เข้าใจได้จากมันแน่”
“แต่เรดแลนเทิร์นยังมีวิธีสื่อสารกันแบบอื่นอยู่”
Atrocitus กรีดหลังคอของ Skullox จนเลือดทะลักออกมา
แล้วเขาก็ดื่มกินเลือดจากแผลของ Skullox
“เราสามารถเชื่อมต่อกันผ่านทางเลือดแห่งความโกรธของพวกเรา”
“มันทำให้ข้าได้รู้สิ่งที่ข้าต้องการจะรู้”
“ข้าเห็นสิ่งที่สกัลล็อกเห็นและได้ยินสิ่งที่มันได้ยิน”
ในภาพนิมิตรที่เขาเห็นผ่านสายตาของ Skullox เขาได้เห็น Bleez คุยกับ Red Lantern อีกสองคนคือ Ratchet และ Zilius
“อโตรซิตัส ฆ่า?”
“เราต้อง? เราต้องทำอะไรกัน?”
“ข้าไม่อาจเข้าใจได้ว่านางกำลังพูดถึงอะไร…นางกำลังพูดถึงอะไรเกี่ยวกับข้า?
เมื่อข้อมูลที่ได้มานั้นไม่ชัดเจน Atrocitus จึงลาก Skullox ไปยังชายฝั่งของทะเลเลือด
Bleez : นี่ท่านจะทำอะไรกับสกัลล็อก?
Atrocitus : หลีกไปให้พ้นทางข้าซะบลีซ
Bleez : ท่านมอบความมีสติปัญญาคืนมาให้กับข้าเพื่อให้ข้ามอบคำแนะนำกับท่าน ซึ่งข้าก็ขอแนะนำท่านว่าอย่าทำแบบนี้
Atrocitus : ถอยไป
Atrocitus : สกัลล็อกต้องลงไปในทะเลเลือด
เมื่อโยน Skullox ลงไปแล้ว Atrocitus ก็หันไปหา Zilius
Atrocitus : เจ้าก็ต้องลงไปด้วย
Bleez : นี่ท่านรู้ไหมว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่? พวกเรานั้นต่างก็มีบาดแผลลึกล้ำในใจกันทั้งนั้น ไม่งั้นเราก็คงไม่ได้มาสวมแหวนพลังสีแดงแห่งความโกรธเช่นนี้หรอก การลงไปในทะเลเลือด…มันบังคับให้เราต้องรำลึกถึงบาดแผลในจิตใจของเรา เพื่อให้เรามีสตินึกคิดอีกครั้ง
แม้ Bleez จะคัดค้าน แต่ Atrocitus ก็สั่งให้ Ratchet ลงไปในทะเลเลือดเป็นคนต่อไป
Bleez : เป็นเพราะข้าได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างราชวงศ์มาตั้งแต่เด็ก ข้าจึงสามารถทนทานความช็อคของการต้องจดจำความทรงจำที่เลวร้ายได้ แต่แม้กระนั้นข้าก็เกือบจะทำไม่สำเร็จ
Bleez : ท่านอาจเพิ่งทำลายเรดแลนเทิร์นที่ดีที่สุดของเราไปถึงสามคน
Atrocitus : เจ้าว่า “เรดแลนเทิร์นของเรา” งั้นรึบลีซ? ข้านึกว่าพวกมันเป็นของข้าเสียอีก
“ใช่ พวกมันคือเหล่าหมาบ้าของข้า”
“กองทหารเรดแลนเทิร์นแห่งความอาฆาตพยาบาทของข้า”
“คัดเลือกเอาเหล่าผู้ซึ่งจ่อมจมอยู่กับความโกรธแค้น แต่บางทีนางอาจพูดถูกก็ได้”
“บางทีพวกนั้นอาจไม่เข้มแข็งพอที่จะกลับขึ้นมาจากทะเลเลือดนี้ก็ได้”
หลังจากนั้น Atrocitus ก็ไปใช้เวลาครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ต่อหน้าศพของ Guardian ขบถ Krona
Atrocitus : พวกนั้นพูดว่า “อโตรซิตัส, ฆ่า, เป็นไปได้” มันหมายความว่ายังไง?
Atrocitus : ว่าไปแล้ว นี่เจ้ามากลายเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่เงียบงันของข้าได้ยังไงกันนะโครน่า?
Atrocitus : เจ้า ผู้ซึ่งฆ่าล้างเผ่าพันธ์ของข้า เป็นสิ่งเตือนใจที่ช่วยย้ำเตือนว่าข้าเข้ามาสู้เส้นทางแห่งความโกรธแค้นนี้ได้อย่างไร
Atrocitus : มันก็เหมาะสมดีแล้วที่ข้าจะรู้สึกผ่อนคลายเวลาอยู่ต่อหน้าซากศพของเจ้าเช่นนี้
Atrocitus : ข้าอาจใช้กำลังบังคับให้บลีซพูดความจริงออกมา แต่นางต่างจากสกัลล็อก นางคงยอมสู้จนตัวตายดีกว่าจะบอกอะไรกับข้า
Atrocitus : “อโตรซิตัส, ฆ่า” นางพูดออกมาชัดเจนว่า “ฆ่า”
Atrocitus : แล้วยังพูดอีกว่า “เราต้อง” แล้วมันหมายถึงต้องทำอะไรกันกันล่ะ? กำจัดข้างั้นรึ?
Atrocitus : ทั้งหมดนั่นมันก็เป็นแค่การคาดเดา มันจะ…เหมาะสมแล้วรึที่จะใช้เพียงสิ่งนี้ในการกล่าวโทษนาง?
แต่ทันใดนั้น Atrocitus ก็รู้สึกถึงเงาของใครบางคนกำลังแอบดูเขาอยู่ แต่เมื่อไปดูกลับไม่เห็นใคร
“พอกันที”
“จักรวาลนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย เกินกว่าที่ยาซมาลต์นี้ เกินกว่าเรื่องของบลีซ”
“อย่างเช่น ในเขตอวกาศ 495 มีลัทธิที่มีธรรมเนียมในการทำลายดวงตาของเด็กหญิงที่เริ่มแตกเนื้อสาว”
“เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นของเด็กสาวเหล่านั้นถูกมองว่าเป็นสิ่งนอกรีต”
“แต่ความโกรธของพวกนางไม่ใช่สิ่งนอกรีต”
“แต่มันคือความจริง”
“และเมื่อเทียบกับเรื่องราวสับสนกำกวมที่เกิดขึ้นบนยาซมาลต์ มันก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายกว่ากันมาก”
“และหลังจากนั้นข้าก็ถล่ม “วิหารแห่งความมืดบอด” ที่ซึ่งเหล่าเด็กสาวตาบอดต้องถูกบังคับให้ทำงานเป็นเวลาหนึ่งปีจนราบเป็นหน้ากลอง”
ตัดมาที่ดาวเคราะห์โลก
Raymond ที่กำลังโดนตำรวจตามจับกุมจากการที่เขาพยายามจะล้างแค้นคนร้ายที่ฆ่าปู่ของเขา ได้มาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายของเขา John
แต่ John ไม่อยากจะช่วย Raymond ในการหนีคดีที่เขาทำไป สองพี่น้องจึงทะเลาะกันอีกครั้ง
แต่ตอนนั้นเองตำรวจก็มาเคาะประตูหน้าบ้าน…
ตัดมาที่ Ysmault
ที่ใต้ทะเลเลือด Red Lantern ทั้งสามกำลังถูกบังคับให้รำลึกถึงอดีตที่เจ็บปวด
ในอดีต Ratchet เคยเป็นประชากรของดวงดาวที่มีวัฒนธรรมในการห้ามไม่ให้มีการปฏิสัมพันธ์กันนอกเหนือจากการติดต่อกันผ่านคอมพิวเตอร์
แต่ Ratchet ก็กระหายการได้พบปะกับผู้อื่นโดยตรง ก็ตัดสินใจที่จะละเมิดข้อห้ามนั้น
แต่ปราถนาเล็กๆของเขากลับโดนลงโทษอย่างรุนแรง
ส่วน Skullox นั้นเขาเคยเป็นลูกน้องของเจ้าพ่อคนหนึ่ง
แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาโดนกล่าวโทษจากความผิดที่เขาไม่ได้ทำ และโดนลงโทษด้วยการเผาทั้งเป็น!
และบัดนี้ Red Lantern ทั้งสามกำลังถูกความทรงจำในอดีตของตนเองทำลาย
หากพวกเขาไม่อาจก้าวข้ามความเจ็บปวดเหล่านั้นไปได้ พวกเขาก็คงต้องทอดร่างอยู่ก้นบึ้งของทะเลเลือดนี้ไปตลอดกาล
“มันเป็นเรื่องที่เสี่ยงอยู่เหมือนกัน”
“แต่มันก็ความเสี่ยงที่ควรค่าที่จะลองดู แม้ว่าข้าอาจจะทำลายเรดแลนเทิร์นไปถึงสามคนก็ตาม”
“ในเมื่อข้าไม่อาจไว้ใจบลีซได้ ข้าก็ต้องการคนอื่นที่จะมาถ่วงดุลย์กับเล่ห์กลของนาง ข้าต้องการเรดแลนเทิร์นคนอื่นที่จะมาแสดงความเห็นขัดแย้งกับนาง หรือทำให้นางทำอะไรได้ลำบากยิ่งขึ้น”
“บางทีข้าอาจต้องหาพันธมิตรให้มากขึ้น”
“ตอนนี้ข้ามีคนที่ข้าสามารถเปิดอกพูดด้วยได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
“โครน่า ผู้รักษาความลับของข้า”
แต่เมื่อ Atrocitus ไปถึงสถานที่ตั้งศพของ Krona…
“ไม่นะ…”
“นี่มัน…ไม่น่าเป็นไปได้…”
Atrocitus : มันหายไปแล้ว! โครน่า…หายไปแล้ว!!!
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? ศพของ Krona หายไปไหน? หรือว่า Krona จะยังไม่ตาย?! แล้วชะตากรรมของ Red Lantern ทั้งสามจะเป็นเช่นไร? แล้วนี่ Bleez มีแผนอะไรอยู่ในใจกันแน่?
โปรดติดตามตอนต่อไป
หวังว่าไม่ใช่ศพโครน่าติดเชื้อไวรัสแล้วกลายเป็นซอมบี้ไล่กันแล้วก็แพร่เชื่อไปทั้งจักรวาล กลายเป็็น DC ซอมบี้นะ 5555
เป็นกำลังใจให้ท่านผู้นำเสมอ!!!
ขอบคุณครับ
บรีซคงจะเห็นอโตรซิตัสโกรธน้อยลงพลังน้อยลงเลยหาทางช่วยมั้ง
ทะเลเลือดนี้..มีไอโอดีนสูง 😀
ดูดเลือดจากต้นคอด้วย ออกแนว Y น่ะเนี่ย
อืม การกระทำของพี่ Atrocitus นี่ เป็นการวางหมากที่ดีนะ แต่ก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน
ถ้าตายกันหมดนี่ก็จบเลยนะนั่น
ส่วน Krona ไม่มั้ง ไม่น่าฟื้นนะ
แล้วก็ทำท่า โครน่า กรูอยู๋ไหน !!
อา สนุกมากครับ พวกแหวนแดงนี่ ทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้านตอลดลเย
แล้วเจ้าตัวกลมมันมีอดีตอะไรกันละเนี่ย(เห็นโอซิตัสบินแล้วนึกถึงultraman)
เกรงว่าท่านผู้นำจะสร้างศัตรูเพิ่มนะสิ
เดาว่าเงาคนที่มาแอบดูนั่นล่ะ เอาศพโครน่าไป
จะสื่อสาร ต้องกัดคอ -*- มันจะโหดไปมั้ยยย