DC Comic : Talon 01 : บทโหมโรมก่อนเปิดศึก
เรื่อง : Scott Snyder, James Tynion IV
ภาพ : Guillem March
วางจำหน่าย: 24 กันยายน 2012
สำนักพิมพ์ : DC Comics
กว่า 7 ปีที่ Calvin Rose ต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดผวาจากการตามล่าของ Court of Owls
แต่บัดนี้หลังจากที่ Court of Owls พ่ายแพ้ศึกกับ Batman และพวกพ้องของเขา Calvin จึงได้กลับมาที่ Gotham อีกครั้ง การตัดสินใจครั้งนี้จะนำเขาไปสู้อิสรภาพที่แ้ท้จริง หรือจุดจบของเขากันแน่?
.
.
.
“เมื่อตอนที่ฉันอายุสิบสามปี สภาแห่งนกฮูกได้มาฉันมาที่สถานีรถไฟเมโทรโพลิแทนแห่งนี้ สถานีรถไฟร้างที่ตั้งอยู่ส่วนปลายสุดของเมืองกอธแฮม”
“ขณะที่เราเดินเข้าไปในตึกที่เต็มไปด้วยหยากไย่ พวกเขาเล่าเรื่องของมันในยุครุ่งโรจน์ให้ฉันฟัง”
“สภาได้สร้างสถานีรถไฟนี้ในช่วงปลายศตวรรตที่19 เพื่อควบคุมคนที่เข้ามาและออกจากเมือง”
“เป้าหมายจะคิดว่าตัวเองกำลังจะไปสู่อิสรภาพ ก่อนจะโดนลากขึ้นไปบนเพดานรถไฟที่กำลังใช้หลยหนีนั่นเอง”
“แต่ไม่กี่สิบปีต่อมา สถานีรถไฟแห่งใหม่ที่อลัน เวย์นสร้างขึ้นก็ทำให้สถานีรถไฟเมโทรโพลิแมนเสื่อมความนิยมและปิดตัวลงในที่สุด”
“ตอนนั่นฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงได้เล่าเรื่องราวความล้มเหลวขนาดนั้นให้ฉันฟัง”
“แต่แล้วฉันก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ในห้องที่อยู่ด้านใน ทุกๆห้องเต็มไปด้วยแผนที่และรูปถ่าย คือความลับของชาวกอธแฮมทุกคนที่มาขวางทางพวกเขา”
“อำนาจที่แท้จริงของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่มือสังหาร หรือรถไฟ แต่มันคือเมืองกอธแฮมเองต่างหาก พวกเขาสร้างเมืองนี้ให้เป็นกับดักที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหนีออกไปได้”
“เรื่องนี้ถูกบอกเล่าให้ฉันฟังเพื่อให้ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่มันก็มีความหมายอีกอย่างเมื่อฉันตัดสินใจที่จะหนีจากพวกนั้น”
“ฉันชื่อคาลวิน โรส ฉันเคยเป็นมือสังหารที่ร้ายกาจที่สุดของสภาแห่งนกฮูก “ทาลอน” ”
“และสิ่งที่ฉันเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาก็คือ ถ้าหากว่าเราจงใจจะเข้าไปหากับดักเองล่ะก็…”
“…ให้เข้าไปจากมุมที่คาดไม่ถึง”
จากบอลลูนตรวจการของกรมตำรวจเมือง Gotham
Calvin ปล่อยเชือกที่โหนตัวอยู่ และใช้ชุดเสริมปีกร่อนลงไปสู่สถานีรถไฟร้างเบื้องล่าง!
“ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาฉันคิดว่าฉันคงไม่มีวันได้กลับมาเหยียบกอธแฮมได้อีก เพราะมันเท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย”
“แม้แต่ตอนนี้ ฉันก็ยังรู้สึกว่ามือของฉันสั่น รู้สึกว่าความกลัวมันก่อตัวอยู่ในอกของฉัน”
“ฉันรู้ว่าฉันอาจกำลังดิ่งลงไปหาความตาย”
“แต่ฉันก็ต้องตรวจดูให้รู้แน่ว่าข่าวมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
“หนังสือพิมพ์เรียกมันว่า “ค่ำคืนแห่งนกฮูก” ”
“ทาลอนหลายสิบคนถูกส่งออกไปโจมตีเมืองกอธแฮมเพื่อเป็นการประกาศศักดา”
“บางคนก็ทำได้สำเร็จ แต่ส่วนมากถูกแบทแมนและพรรคพวกจัดการได้”
“เช้าวันต่อมา นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงจำนวนยี่สิบสี่คนถูกพบเป็นศพอยู่ในคลับส่วนบุคคลที่เก่าแก่ที่สุดในกอธแฮม โดยที่ทุกคนยังสวมหน้ากากนกฮูกอยู่ด้วย”
“สภาแห่งนกฮูกถูกเปิดโปงและถูกพิชิตลงได้ และฉันก็มองเห็นความเป็นไปได้ว่าอิสรภาพที่แท้จริงกำลังปรากฎขึ้นตรงหน้าของฉัน”
“แต่ฉันก็รู้ว่าฉันไม่อาจมองโลกในแง่ดีขนาดนั้นได้ เพราะแม้จะไม่เห็นวี่แววของสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างใน ฉันก็รู้สึกถึงอำนาจของสภายังคงอยู่ในประวัติศาสตร์ด้านมืดของกอธแฮม”
“ฉันต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งหมดที่มีในการข่มความกลัวขณะที่เปิดประตูลับ”
“ลึกๆแล้วฉันกะว่าพวกนั้นจะสามารถตบตาแว่นอินฟราเรดของฉันได้ หรือไม่ก็หนึ่งในบรรดาผีดิบนักฆ่าของพวกนั้นจะรอฉันอยู่ข้างใน”
“แต่ห้องนี้ดูจะไม่ได้ถูกใช้งานมาพักใหญ่แล้ว”
“ที่ฉันต้องทำก็แค่ไปดูข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของพวกนั้นและดูให้แน่ใจว่าไม่มีกิจกรรมใดๆเกิดขึ้นอีกแล้ว…และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ฉันก็จะได้หายใจอย่างทั่วท้องเสียที”
“เพราะตอนนั้นฉันจะได้รู้ว่าฉันเป็นอิสระแล้ว”
เมื่อ Calvin เดินไปสำรวจประตู เขาก็สังเกตุเห็นตรานกฮูกที่ประดับไว้
Calvin : อืม…นี่ไม่เคยเห็นแฮะ
ทันใดนั้นเองตาของนกฮูกก็ส่งแสงเลเซอร์ออกมาสแกนใบหน้าและร่างกายของเขา?!
[ยินยัน คาลวิน โรส]
[ไม่อนุญาตให้เข้า]
[แจ้งเตือนผู้บุกรุกในระบบ]
ขณะเดียวกันนั้น ในอีกที่หนึ่งในเมือง
ข้อมูลการตรวจพบ Calvin ก็ไปปรากฎบนจอภาพของชายแก่คนหนึ่ง?
??? : หือ?
??? : เจ้าโง่นั้น…
??? : …มันกำลังจะไปรนหาที่ตายซะแล้ว
ตัดมาที่ Calvin เขาได้ถอดชิ้นส่วนของประตูออก และพยายามเดินสายไฟใหม่ให้มันเปิดประตู
Calvin : ใจเย็นไว้ อย่าตื่นเต้น เกือบแล้ว…
และเมื่อเขาเอาสายไฟสองเส้นมาสปาร์คกัน ประตูก็เลื่อนเปิดออก…
Calvin : นั่นแหละ!
แต่ความดีใจของ Calvin ก็ต้องหยุดลง เมื่อเท้าข้างหนึ่งพุ่งมาเสยคางเขาจนหน้าหงาย?!
เมื่อ Calvin เงยหน้าขึ้นมามอง ก็เห็น Talon หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตู!!
Talon : ฉันคงต้องขอบใจแกสินะ…เพราะฉันยังใช้เจ้าประตูไฟฟ้านี่ไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่น่ะนะ
Calvin : ไม่…หนังสือพิมพ์บอกว่าพวกนั้นจับพวกแกทุกคนขังไว้ในคุกแบล็คเกตแล้วนี่
Talon : แกมันโง่ แกคิดจริงๆหรือว่าพวกมันจะจับเราได้หมดทุกคน หลังจากที่เราได้กลายมาเป็นเช่นนี้แล้วน่ะ?
Talon : สภาได้ทำให้พวกเราทรงพลังยิ่งขึ้น!
Calvin ลังกาหลังหลบดาบของ Talon ได้อย่างหวุดหวิด และขว้างมีดสั้นใส่มัน
แต่ Talon ก็คว้ามีดได้อย่างสบาย
Talon : รวดเร็วยิ่งขึ้น
Talon : และไร้เทียมทาน
บาดแผลมีดบาดที่มือของมันหายดีในชั่วอึดใจ
Talon : ส่วนแก…แกคือเจ้าลูกแกะหลงทาง คาลวิน โรส นักหลบหนี เจ้าคนที่หนีจากการเป็นทาลอน
Talon : จงยอมให้ฉันเชือดคอแกเสียเถอะ แล้วบางทีพวกเขาอาจยอมให้แกกลับมาในฐานะบางสิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์ตัวเล็กๆที่น่าสมเพชที่ฉันเห็นอยู่นี่
Calvin : ก็ซาบซึ้งกับข้อเสนออยู่น่ะนะ…แต่ฉันขอผ่านดีกว่า
ว่าแล้ว Calvin ก็โยนระเบิดควันใส่พื้นแล้ววิ่งออกนอกห้องไป
“ก็…ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม ฉันก็ได้คำตอบแล้ว ฉันน่าจะรู้นะว่าเมืองนี้มันไม่มีทางปลอดภัยไปได้อยู่แล้ว และฉันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่พิสูจน์ต่ออีกแล้วด้วย”
“สิ่งที่ต้องทำมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือไปให้ไกลจากที่นี่ที่สุดเท่าที่จะไกลได้…”
แต่ Calvin ก็ไปไม่ได้ไกล เมื่อ Talon พังกำแพงออกมาขวางทางหนีของเขาไว้
“…หรือไม่ก็ตายขณะที่พยายามทำดู”
โดยไม่เสียเวลาแม้สักชั่วแว่บ Calvin ดึงขดลวดออกมาจากกระเป๋าหลัง แล้วก็กระโจนเข้าหา Talon แล้วเอาลวดพันรอบคอของมันแล้วผูกไว้กับเหล็กเส้นของผนังที่มันเพิ่งพังออกมา
Calvin : เธอควรจะต้องระวังไว้ให้มากๆหน่อยนะ…เพราะลวดโลหะพิเศษนั่นมันไม่มีทางตัดให้ขาดได้ ปมของมันสามารถหดเข้าได้แต่จะไม่ยืดออกเด็ดขาด ถ้าเธอขยับมากไปหรือเร็วเกินไปล่ะก็มันตัดคอเธอขาดแน่
Calvin : ฉันเชื่อว่าเธอจะหาทางหลุดออกมาได้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้นฉันก็คงไปไกลแล้วล่ะ
Talon : ไอ้คนขี้ขลาดโสโครกเอ๊ย…
Calvin : ช่าย ฉันรู้ว่าฉันมันห่วยแตก ขอโทษทีแล้วกัน
เมื่อจัดการถ่วงเวลา Talon ไปแล้ว Calvin ก็ไปยังทางหนีที่กะไว้แล้วต่อ
“เมื่อตอนที่สร้างสถานนีรถไฟนี้ถูกสร้างขึ้นมา มันมีการสร้างเตาผิงขนาดใหญ่ไว้ในสถานีกลางเพื่อให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว”
“ปล่องไฟมันต่อขึ้นไปถึงหลังคา ผ่านตลอดทุกชั้นของตึก รวมถึงชั้นลับที่ถูกซ่อนไว้นี่ด้วย”
“มันถูกปิดตายมากว่าร้อยปี…ทั้งด้านบนและด้านล่าง”
“เพราะงั้นงานนี้ต้องเจ็บมากแหงๆ”
เมื่อเปิดทางเข้าได้ Calvin ก็โดดลงไปในปล่องไฟเก่าและพุ่งกระแทกทะลุปล่องไฟที่ถูกปิดตายออกมาข้างนอก
ขณะที่เขากำลังเดินโซซัดโซเซออกมา เขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างหล่นตุ๊บลงมาในปล่องไฟเก่าที่เขาเพิ่งเดินออกมา…
Calvin : หือ?
เป็น Talon ที่เขาเพิ่งจับมัดไว้เมื่อครู่นี้นั่นเอง!!
(ตัดลวดไม่ได้ เจ๊แกเลยตัดเหล็กเส้นที่ลวดพันอยู่แทนเสียเลย…)
Talon : แกหนีไปไม่ได้ง่ายๆแบบนั้นหรอกโรส
Calvin : เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้…
Talon : ฮ่า! เจ้าเด็กโง่เอ๊ย…ฉันน่ะอยากจะทำแบบนี้มากๆเลยต่างหาก
เมื่อเห็นว่ายัยนี่ไม่เลิกราแน่ Calvin จึงตัดสินใจเด็ดขาด
Calvin : รู้อะไรไหม? ได้เลย มาจัดการกันให้เสร็จๆไปเลยดีกว่า!
แล้ว Calvin ก็พุ่งเข้าใส่ Talon โดยสไลด์ตัวหลบดาบของมัน จากนั้นก็ใส่คอมโบต่อเนื่องใส่ ชายโครง, คอหอย และขมับของมัน!!
แต่ด้วย Healin Factor ที่มันมีอยู่ Talon ไม่มีแม้แต่อาการบอบช้ำเลยสักนิด
Talon : เฮอะ…แกคิดจริงๆหรือว่ามันจะได้ผลน่ะ?
Calvin : ก็ไม่หรอก…แต่มันก็ทำให้เธอเผลอจนฉันฉกมีดของเธอมาได้นี่ไง
เมื่อ Talon ฟันเข้าใส่เขาด้วยแรงโกรธ Calvin ก็ฉากหลบแล้วเสียบมีดเข้าที่มือของมันจนดาบของมันหลุดมือ
Calvin : ฉันรู้ว่าแผลเธอจะหายได้ในทันที แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะสามารถกำด้ามดาบได้หรอกถ้าเส้นเอ็นที่มือมันขาดไปแล้ว
Talon : ฉันไม่ต้องใช้ดาบก็ฆ่าแกได้น่าโรส
แล้วมันก็ซัดเข้าที่ชายโครงของเขาจนมีเสียงดัง
=กร๊อบ=
Talon : ได้ยินไหมล่ะ? นั่นคือเสียงซี่โครงแกหักไง
แต่ไม่ถึงอึดใจต่อมาก็มีอีกเสียงดังขึ้นตามมา…
=สวบ=
Calvin : เหรอ งั้นนี่ก็คือเสียงมีดเสียบทะลุหัวแกไง!!
แต่นังผีดิบก็ยังยืนอยู่ได้!!!
Talon : ตรงไหนของคำว่า “ไร้เทียมทาน” ที่แกไม่เข้าใจกันหา?
Calvin : ก็นะ พูดตามตรงแล้วฉันยังสงสัยเรื่องนั่นอยู่นิดหน่อยว่ะ
ว่าแล้ว Calvin ก็ชักเครื่องช็อตไฟฟ้าขึ้นมา แล้วจ่อมันเข้าใส่มีดที่เสียบอยู่ ส่งกระแสไฟฟ้าหลายพันโวลท์ผ่านมีดเข้าสู่สมองของมันโดยตรง!!!
และนั่นก็ทำให้ Talon ล้มหงายหลังลงไป แต่ Calvin ก็ล้มตามลงไปเหมือนกัน
ในขณะที่เขายังลุกไม่ขึ้นอยู่นั้น ก็มีใครบางคนเดินออกมาจากมุมมืดข้างหลังเขา
??? : ทำได้ดีนี่เจ้าหนู แต่แค่นั้นน่ะฆ่าแม่นี่ไม่ได้หรอกนะ
Calvin : ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำได้หรอก…แค่กะจะปิดสมองของยัยนั่นนานพอที่ฉันจะหนีได้เท่านั้นแหละ
??? : ความเย็นคือสีงเดียวที่จะสามารถหยุดสัตว์ประหลาดพวกนี้ลงได้ อย่างเช่นการเทไนโตรเจนเหลวใส่หัวมันนี่…
Calvin : คุณเป็นใครกัน…?
??? : พวกเดียวกับเธอไงล่ะคาลวิน…ฉันเป็นพวกเดียวกับเธอ
แล้ว Calvin ก็หมดสติไป
สิบแปดชั่วโมงต่อมา Calvin ก็ฟื้นขึ้นมาในที่ๆไม่คุ้นเคย โดยที่บาดแผลของเขาถูกปฐมพยาบาลเรียบร้อย และชายแก่คนที่ช่วยเขาไว้ก็อยู่ที่นั่นด้วย
แต่ Calvin ก็ไม่คิดจะอยู่คุยกับใครก็ไม่รู้ เขารีบถีบโต๊ะข้างเตียงใส่ แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง แล้วกระโดดยันกำแพงขึ้นไปจนถึงช่องระบายอากาศแล้วเข้าไปทันที
??? : เธอยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ฉันได้ยินมาเลยนะ แต่ฉันว่าเธอจะไม่พบอะไรที่สุดทางระบายอากาศหรอก นอกจากเครื่องปรับอากาศสำหรับโรงงานเท่านั้นแหละ นี่เป็นระบบปิด ไม่มีทางออกหรอก
??? : ถ้าฉันอยากฆ่าเธอล่ะก็ ฉันคงทิ้งเธอไว้ที่สถานีรถไฟนั่นให้พวกนกฮูกมันมาเจอแล้วล่ะ
Calvin : นี่ ฉันคิดว่าพวกมันพินาศไปหมดแล้ว แต่ปรากฎว่าฉันคิดผิด และตอนนี้ฉันต้องออกไปจากเมืองนี้ก่อนที่พวกมันจะตามมาฆ่าฉัน
??? : พวกนกฮูกอาจจะยังคงอยู่ก็จริง แต่พวกมันก็เสียหายพอดูแล้วล่ะคาลวิน ที่นี้เธอก็จงลงมาเถอะ เธอกับฉันมีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยล่ะ
ทันใดนั้น Calvin ก็พุ่งลงมาจากท่อระบายอากาศแล้วลงมานั่งคร่อมบนตัวชายชรา
Calvin : เอาล่ะ นั่นมากไปแล้ว
Calvin : คุณเป็นใครกันแน่? แล้วรู้จักชื่อของฉันได้ยังไง?!
??? : ปล่อยฉันก่อน แล้วฉันจะบอกให้เธอรู้
หลังจากตริตรองอยู่ครู่หนึ่ง Calvin ก็ลุกขึ้นจากร่างของชายชรา
??? : ช่วยชีวิตคนแท้ๆ กลับโดนโยนโต๊ะใส่…แล้วยังเกือบโดนฆ่าเสียอีก
Calvin : ฉันไม่ฆ่าใครหรอกน่า ฉันเพียงแค่…
แม้จะยอมปล่อยชายชรา แต่ Calvin ก็ยังไม่ไว้ใจเขาง่ายๆ และแอบหยิบเอามีดผ่าตัดที่แอบหยิบจากโต๊ะข้างเตียงมาเตรียมพร้อมไว้
??? : เธออยากจะเป็นอิสระ นั่นคือสิ่งที่เธอต้องหารมาตลอดใช่ไหมล่ะคาลวิน?
??? : ถ้าฉันจะบอกว่าฉันสามารถช่วยทำให้มันเป็นจริงได้ล่ะ?
Calvin : ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั่นจนกว่าคุณจะอธิบายให้ฉันฟังว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่
??? : ฉันชื่อเซบาสเตียน คลาร์ก และหากเราร่วมมือกัน เราก็จะสามารถขจัดสภาแห่งนกฮูกให้สิ้นไปจากโลกได้
Calvin : …แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะสนใจเรื่องพรรค์นั้นล่ะ?
Sebastian : ฉันก็เป็นเหมือนกับเธอนั่นแหละคาลวิน…เมื่อตอนที่ฉันยังหนุ่ม สภาแห่งนกฮูกพรากทุกสิ่งไปจากฉัน และฉันก็หนีจากพวกมันมาได้ เธอก็รู้ความรู้สึกถึงการต้องคอยหลบหนีใช่ไหมล่ะ? เธอไม่เคยคิดถึงการล้างแค้นพวกมันบ้างเลยหรือ?
Calvin : คุณดูจะรู้เรื่องต่างๆเยอะแยะไปหมดเลยนี่ ทำไมไม่พูดมาตรงๆซะเลยล่ะ?
Sebastian : อยากจะพูดจาบ่ายเบี่ยงก็ตามสบาย แต่ฉันรู้ว่าเธอชักสนใจเรื่องที่ฉันพูดแล้วล่ะ
Calvin : แล้วทำไมฉันต้องเชื่อเรื่องที่คุณเล่าด้วยล่ะ?
Sebastian : บางทีสิ่งนี้อาจจะทำให้เธอเข้าใจได้ดีขึ้น…
ในห้องที่ Sebastian เดินนำ Calvin เข้ามานั้น มีแท่นจัดแสดงที่มีหนังสือเล่มหนึ่งตั้งโชว์อยู่
Sebastian : …พ่อของฉันเคยเป็นนักเขียน เขาการค้นคว้าอย่างลับๆอยู่หลายปีเพื่อผลงานชิ้นเองของเขาเล่มนี้…หนังสือที่จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของฉันไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อ Calvin เห็นสิ่งที่เขียนอยู่บนปกหนังสือ เขาก็ต้องตกตะลึง
[ประวัติศาสตร์ลับของสภาแห่งนกฮูก]
[ความจริงเบื้องหลังตำนานพื้นบ้านที่น่ากลัวที่สุดของนครกอธแฮม]
[โดย Erastus Clark]
Calvin : คุณพระช่วย…
Sebastian : ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนในกอธแฮมกล้าตีพิมพ์มัน พ่อของฉันจึงไปจ้างสำนักพิมพ์เล็กๆในรัฐอื่นตีพิมพ์มันให้ จนกระทั่งเมื่อพวกสภาแห่งนกฮูกรู้เรื่อง
Sebastian : เธอคงนึกภาพออก พวกสภาแห่งนกฮูกฆ่าทุกคนที่รู้เรื่องของหนังสือเล่มนี้ ฉันเป็นคนเดียวที่รอดเงื้อมมือของพวกมันไปได้ ฉันได้ไปสร้างตัวตนใหม่ขึ้นที่ยุโรป มีชื่อใหม่ และฉันก็เริ่มวางแผนที่จะล้างแค้น
Sebastian : ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนในกอธแฮมกล้าตีพิมพ์มัน พ่อของฉันจึงไปจ้างสำนักพิมพ์เล็กๆในรัฐอื่นตีพิมพ์มันให้ จนกระทั่งเมื่อพวกสภาแห่งนกฮูกรู้เรื่อง
Sebastian : ฉันกลับมาที่กอธแฮม พร้อมกับระบบซอฟแวร์รักษาความปลอดภัยที่ไม่แพ้ใครในโลกที่ฉันคิดค้นขึ้น ฉันได้ขายมันให้กับทายาทของพวกคนที่มีกล่าวถึงในหนังสือของพ่อของฉัน…เพราะฉันรู้ดีว่าหนึ่งในพวกนั้นจะต้องนำฉันไปหาสิ่งที่ต้องการได้…
แล้ว Sebastian ก็เดินไปกดสวิทซ์ที่อยู่ตรงผนังห้อง
เมื่อไฟสว่างขึ้น มันก็เผยให้เห็นอุปกรณ์ไฮเทค ระดับที่ไม่ด้อยกว่าที่อยู่ใน Batcave ของ Batman อยู่ทั่วห้องขนาดใหญ่นั้น
Sebastian : จากการเชื่อมต่อกับพวกนั้น ฉันจึงรู้เรื่องของสภาแห่งนกฮูกดีกว่าใครในโลก ฉันได้รู้เรื่องการฝึกฝนของเธอ รวมถึงการหลบหนีของเธอจากคอมพิวเตอร์นี้
Calvin : ฉันก็ประทับใจอยู่น่ะนะ แต่พวกสภาแห่งนกฮูก…
Sebastian : พวกมันยังไม่หายไปไหน นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอล่ะคาลวิน สภาแห่งนกฮูกยังคงอยู่ข้างนอกนั้น…กำลังฟื้นตัวอยู่
Sebastian : แบทแมนเล่นงานพวกมันจนเสียหายอย่างหนัก พวกมันไม่ยอมให้สมาชิกอยู่รวมกันเกินกว่าสองคนเลยตั้งแต่ที่พวกมันเสียสถานที่ประชุมลับของพวกมันไป…และเงินทุนของพวกมันถูกขโมยไปโดยสมาชิกทรยศที่ตอนนี้หายตัวไป
Sebastian : ในบรรดาทาลอนสี่สิบหกคนที่พวกมันปลุกชีพขึ้นมานั้น มีอยู่สามสิบคนที่ถูกขังไว้ในคุกแบล็คเกต
Calvin : แสดงว่าพวกมันกำลังเป็นฝ่ายหนีอย่างหวาดกลัวสินะ
Sebastian : อย่าพูดโง่ๆแบบนั้นสิคาลวิน คิดให้ดี
Sebastian : พวกสภาแห่งนกฮูกคงอำนาจของพวกมันมานับศตวรรตโดยใช้เพียงทาลอนที่เป็นมนุษย์ธรรมดาเพียงรุ่นละคนเท่านั้น แต่ตอนนี้แค่เท่าที่ฉันรู้พวกมันก็มีอยู่ถึงสิบหกคน แถมพวกมันยังไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วด้วย
Sebastian : ทาลอนเหล่านั้นถูกส่งไปทั่วประเทศ เพื่อคุ้มกันแหล่งเงินทุนที่ค้ำจุนพวกมันอยู่…และฉันก็สามารถระบุสถานที่ตั้งของแหล่งเงินทุนเหล่านั้นได้หลายแห่งแล้ว หากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่นานพวกมันก็จะรวบรวมกำลังพอที่จะยึดเมืองกอธแฮมกลับมาเป็นของพวกมันได้อีก
Sebastian : ถ้าเราสามารถทำลายแหล่งเงินทุนเหล่านี้ และกำจัดทาลอนของพวกมันได้ล่ะก็ พวกมันก็จะพินาศไปเอง แต่ฉันทำเรื่องนี้ตามลำพังไม่ได้นะคาลวิน ฉันรู้มาตั้งหลายสัปดาห์แล้วว่านี้เป็นโอกาสที่จะจู่โจมพวกมัน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ยังไง จนกระทั่งเธอกลับมาที่นี่
Sebastian : พวกมันพรากเอาชีวิตของเธอไปจากเธอ และตอนนี้เธอสามารถใช้ทุกสิ่งที่พวกมันฝึกสอนเธอมาใช้เล่นงานพวกมัน…ให้พวกสภาแห่งนกฮูกถูกฉีกเป็นชิ้นๆด้วยหนึ่งในทาลอนของพวกมันเอง!!
Calvin : โทษทีนะปู่ แต่ฉันทำไม่ได้หรอก
Sebastian : เธอได้เลือกเส้นทางนี้มาตั้งแต่ตอนที่เธอกลับมาที่กอธแฮมแล้วล่ะ ตอนนี้กับดักของพวกมันเริ่มทำงานแล้วล่ะคาลวิน ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ก็ตาม
Sebastian : เธอสามารถหลบรอดหูตาของพวกมันมาได้นานมาก ซึ่งเธอก็คงจะสามารถหลบหนีได้ตลอดไป แต่ตอนนี้พวกมันได้ร่องรอยของเธอแล้ว รวมถึงพลังอำนาจที่จะใช้เอาตัวเธอกลับมา
Calvin : คุณคิดว่านี่จะทำให้ฉันตกใจหรือไง? พวกมันพยายามจะฆ่าฉันมาหลายปีแล้ว!
Sebastian : ฆ่าเธอหรือ? เธอคิดว่าพวกมันต้องการเพียงแค่นั้นหรือไง?! พวกมันจะฆ่าเธอแล้วก็ปลุกเธอกลับขึ้นมาเป็นแบบผีดิบแบบเดียวกับคนอื่นๆ เธอจะกลายเป็นทาสของพวกมันนะคาลวิน
Sebastian : และนี่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเธอคนเดียว ยังมีผู้หญิงที่เธอยอมทรยศต่อสภาเพื่อปกป้องด้วย…แคสซี่ วอชิงตัน ตอนนี้พวกมันหาที่อยู่ของหล่อนพบแล้ว
เมื่อถึงตรงนี้ Calvin ก็เอามีดผ่าตัดที่ซ่อนไว้มาจ่อหน้า Sebastian
Calvin : นี่คุณคิดจะขู่ฉันหรือไง?
Sebastian : เปล่าเลย ฉันแค่เตือนให้เธอเข้าใจว่าเธอกำลังหนีจากอะไรอยู่ อีกประมาณหกเดือนพวกมันก็จะฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคย…หรือไม่พวกมันก็จะพินาศไปตลอดกาล คนที่ทำได้มีเพียงเธอเท่านั้นคาลวิน ไม่มีใครอื่นนอกจากเธอที่จะมีทั้งฝีมือและความรู้พอจะทำได้อีกแล้ว
แล้ว Sebastian ก็กดรีโมทเปิดประตูที่อยู่ข้างๆ และเมื่อ Calvin เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน…
Calvin : นั่นมันคือสิ่งที่ฉันคิดหรือเปล่าน่ะ?
Sebastian : ใช่แล้ว ฉันสร้างมันขึ้นมาใหม่โดยอิงจากฐานข้อมูลของสภา ฉันคิดว่ามันจะเหมาะสมดีที่จะเอามันกลับมาใช้อีกครั้ง
ขณะที่ Calvin เดินเข้าไปในห้องนั้น Sebastian ก็พูดต่อ
Sebastian : มันจะดียิ่งกว่าที่เคยเสียอีก เพราะฉันได้ทำการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมัน เข้าไปลองดูสิ แล้วคิดดูให้ดีว่ามันจะเป็นยังไงหากเธอเลือกออกจากที่นี่ไป
Sebastian : คิดถึงการที่พวกมือสังหารที่ฆ่าไม่ตายจำนวนมากที่จะตามล่าเธอไปจนชั่วชีวิต พวกมันจะเปลี่ยนทุกเมืองที่เธอไปให้กลายเป็นกับดักที่เธออาจจะไม่สามารถรอดชีวิตออกไปได้
Sebastian : คิดถึงเลือดของแคสซี่ที่จะเปื้อนมือเธอ…และภาพลูกสาวของเธอที่จะถูกฉีกเป็นชิ้นๆด้วย…เพียงเพราะพวกมันต้องการจะล่อเธอออกมาเท่านั้น
Calvin : ฉันคิดมาพอแล้วล่ะคลาร์ก
ที่ออกมาจากห้องนั้นคือ Calvin ที่สวมเครื่องแบบ Talon เต็มยศ!
Calvin : เมื่อกี้คุณพูดอะไรบ้างนะ? รู้สึกว่าจะเป็น “ให้พวกสภาแห่งนกฮูกถูกฉีกเป็นชิ้นๆด้วยหนึ่งในทาลอนของพวกมันเอง”…งั้นสินะ?
Calvin : เราจะเริ่มกันเมื่อไหร่ล่ะ?
บัดนี้ สงครามกับ Court of Owls กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!!
โปรดติดตามตอนต่อไป
นายโรสนี่ชอบพูดกับตัวเองมากอยู่นะ-..-
ขอบคุณครับผม
จะเอ๋ กับ ค้างคาว เข้าสักวันแน่ แต่ คนไหน ดี (พ่อใหญ่ หรือ 4 นกน้อย ดี)
ไปไปมามา สภานกฮูกส่งผลกระทบ ต่อจักรวาลหลักเลยสินะ
ผมชอบเรื่องนี้ดีฮะ ดูสู้กันแบบถึงใจดี ไม่มีกฤแบบแบทแมน